วิตามินบำรุงสายตา ถนอมสายตา(6) | คอลลาเจน กลูต้า ทับทิม ลดสิว เร่งขาว(32) | วิตามินบำรุงเส้นผม ผมเสีย แตกปลาย หัวล้าน(4) | วิตามินรวม เซนทรัม โคคิวเท็น เมลาโทนิน พรอพเพอลิส กิงโกะ(20) | ฟิชออย บำรุงกระดูก น้ำมันตับปลาน้ำลึก น้ำมันกุ้ง มะพร้าวสกัดเย็น กระเทียมสกัด อิเวนนิ่งพริมโรส(22) | ลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ตับลำไส้ บำรุงปอด(13) | นมเพิ่มความสูง Colostrum บำรุงสมอง ภูมิต้านทาน สมาธิดี(5) | ครีมบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ครีมใต้ตา ครีมออแกนิค(12) | สมุนไพรไทย(2) | วิตามินซี สำหรับผิวพรรณ และสุขภาพ(9) | เมล็ดองุ่นสกัด รวมทุกยี่ห้อ ต้านอนุมูลอิสระ ลดเส้นเลือดขอด(9) | รกแกะสกัด บำรุงผิวเต่งตึง ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ(5) | นมผึ้ง บำรุงผิวพรรณ ช่วยปรับระดับฮอร์ของร่างกาย(12)
  ฟิชออย บำรุงกระดูก น้ำมันตับปลาน้ำลึก น้ำมันกุ้ง มะพร้าวสกัดเย็น กระเทียมสกัด อิเวนนิ่งพริมโรส
[ +zoom ]
Nature's Own Odourless Fish Oil 1000 mg 400 เม็ด ฟิชออย
Print
รหัสสินค้า : nature's own
ราคา : 1,850.00 บาท
[20 สิงหาคม 2558 17:30 น.] (จำนวนผู้เข้าชม 4710)
จำนวน    ชิ้น สั่งซื้อสินค้า








 
      
                      

Nature Own
Odourless Fish Oil 1500mg ขนาด 400 เม็ด
ฟิชออย จากออสเตรเลีย แบรนด์ดัง Nature Own


รายละเอียดสินค้า
โอเมก้า3 มากกว่า 1000mg 50% ต่อเม็ด
-  ช่วยบำรุงหัวใจ และเลือดให้แข็งแรง
-  ช่วยรักษาระดับไขมัน
-  ช่วยบำรุงรักษาการทำงานของสมองให้แข็งแรง
-  ช่วยลดความเจ็บปวดและอักเสบของกระดูกข้อต่อ

 ส่วนประกอบ
Odourless Fish Oil 1000mg containing
beneficial omega-3 marine triglycerides equiv.
eicosapentaenoic acid (EPA) 270mg and
docosahexaenoic acid (DHA) 180mg.
Contains orange oil and orange juice.

 ขนาดรับประทาน
สำหรับบำรุงร่างกายทั่วไป: 2 เม็ดต่อวัน พร้อมอาหาร
สำหรับบำรุงหัวใจและสมอง: 3 เม็ด 2 ครั้งต่อวัน พร้อมอาหาร
สำหรับข้อต่อ: 3 เม็ด 3 ครั้งต่อวัน พร้อมอาหาร
หรือตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

  ข้อควรระวัง
ถ้ามีอาการแพ้ควรปรึกษาหรือพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 
น้ำมันปลา เป็นน้ำมันที่สกัดจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ในน้ำมันปลามีกรดไขมันหลายชนิด แต่ที่สำคัญและมีการนำมาใช

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/118595
สารประกอบสำคัญของน้ำมันปลา

น้ำมันปลา เป็นสารประกอบของกรดไขมัน ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโอเมก้า-3 มี 2 ชนิด ได้แก่
1. EPA (Eicosapentaenoic Acid)
มี คุณสมบัติในการลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด พร้อมทั้งป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และยังป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคสมองขาดเลือด และโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
2. DHA (Docosahexaenoic Acid)
เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ ความจำ ตลอดจนระบบสายตา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของน้ำมันปลา
ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว
การ รับประทานน้ำมันปลา จะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและช่วยลดไขมันในเลือด จึงป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง โดยมีผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานน้ำมันปลาวันละ 3 กรัม ร่วมกับวิตามินอีธรรมชาติ 200-400 ยูนิต สามารถลดอัตราการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลวลง 15% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทานน้ำมันปลา

ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน
กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมันปลา เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) อันได้แก่ พรอสตาแกลนดิน-3 (Prostaglandins-3) และทรอมบอกแซน-3 (Thromboxan-3) ซึ่ง สารกลุ่มนี้จะยับยั้ง การเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น

ช่วยลดไขมันในเลือดกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 จะช่วยยับยั้งการสร้างไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) และไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำมาก (VLDL) นอกจากนี้ยังเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไลโปโปรตีนที่นำโคเรสเตอรอลไปทำลายที่ตับ จึงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

ลดความดันโลหิตสูง
การ รับประทานน้ำมันปลาช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงมีผลให้ความดันเลือดลดลง

ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อรูมาตอยด์และข้อเสื่อมกรด ไขมันในน้ำมันปลา ช่วยลดการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (สารกลุ่มลิวโคไตรลิน) ช่วยบรรเทาอาการปวด บวม อักเสบตามข้อและยังช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดข้อ (NSAID) ลงได้

ข้อควรทราบของน้ำมันปลา
กรดไขมัน EPA และ DHA ในปลาน้ำจืดมีน้อยกว่าปลาทะเล
การกินปลาทะเล 200-300 กรัมต่อวัน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะสามารถเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 ในอาหารได้ถึง 0.2 - 0.5 กรัมต่อวัน

น้ำมันปลาต่างจากน้ำมันตับปลา
โดยทั่วไป น้ำมันปลาให้วิตามิน A , D เหมาะสมต่อร่างกาย แต่การรับประทานน้ำมันตับปลาเพียง 20 CC จะได้รับวิตามิน A , D มากเกินความต้องการถึง 4 เท่า

น้ำมันปลา 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่

น้ำมันปลา เหมาะสำหรับ
ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ซึ่งได้แก่
ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
ผู้ที่สูบบุหรี่จัด
ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะประจำ และขาดการออกกำลังกาย
ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไตรกลีเซอร์ไรด์
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดอุดตัน
ผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูง

ขนาดรับประทาน
สำหรับ บุคคลทั่วไปทาน 1,000 มก./วันเพื่อป้องกันไขมันในเลือดสูง และสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด หรือผู้ที่ต้องการลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ หรือผู้ที่มีปัญหาไขข้ออักเสบ ควรทาน 2,000-3,000 มก. ต่อวัน

ข้อควรระวัง
ผู้ที่แพ้ปลาทะเลและผู้ที่กำลังได้รับยาต้านการแบ่งตัวของเกล็ดเลือดหรือแอสไพรินไม่ควรทานน้ำมันปลา
 
แหล่งข้อมูล: http://www.latistae.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538702418

อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรค เป็นวิตามินทานเสริมจากอาหารหลักเพื่อให้ได้สารอาหารมากขึ้น
Engine by MAKEWEBEASY